Health

  • เเนะนักท่องเที่ยว ‘คัด-แยก-ลด’ ป้องกันขยะล้นแหล่งท่องเที่ยว
    เเนะนักท่องเที่ยว ‘คัด-แยก-ลด’ ป้องกันขยะล้นแหล่งท่องเที่ยว

    เเนะนักท่องเที่ยว ‘คัด-แยก-ลด’ ป้องกันขยะล้นแหล่งท่องเที่ยว

    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนนักท่องเที่ยวร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ช่วยกันคัดแยก และลดปริมาณขยะ ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งทะเล น้ำตก ภูเขา ป้องกันขยะล้น เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี

    นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวประชาชนส่วนใหญ่เริ่มเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงสถานที่อื่นๆ ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากนักท่องเที่ยวเอง หรือจากโรงแรมรีสอร์ท บังกะโล ตลาดน้ำ และร้านอาหาร

    จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่า ปริมาณขยะมูลฝอยช่วงปี 2564 (ตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) มีประมาณ 1,864 ตัน เป็นขยะอินทรีย์มากที่สุด จำนวน 737.58 ตัน หรือร้อยละ 39.56 ขยะทั่วไป จำนวน 722.26 ตัน หรือร้อยละ 39.33 ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดแก้ว แก้ว และขวดพลาสติก จำนวน 291.26 หรือร้อยละ 15.62 ขยะอันตราย จำนวน 59.47 ตัน หรือร้อยละ3.19 และขยะอื่นๆ จำนวน 42.95 ตัน หรือร้อยละ 2.30 เมื่อแยกเป็นขยะพลาสติก ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว จำนวน 812,591 ใบ แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง จำนวน 208,179 ใบ และโฟมบรรจุอาหาร จำนวน 31,301 ใบ

    นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า

    จากข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลปี 2564 พบว่า ขยะตกค้างชายฝั่ง มากที่สุดเรียงตามลำดับ คือ ขวดเครื่องดื่มพลาสติก ถุงพลาสติก เศษโฟม ขวดเครื่องดื่ม แก้ว ถุงก๊อปแก๊ป ถุงอาหาร เศษพลาสติก เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ แว่นตา และสร้อยคอ กล่องอาหาร กล่องโฟม และกระป๋องเครื่องดื่ม คิดเป็นร้อยละ 73 ของขยะทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นขยะประเภทอื่นๆ ร้อยละ 27

    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก โดยมีปริมาณมากถึง 22.8 ล้านกิโลกรัม ซึ่งส่งผลเสียต่อธรรมชาติ เช่น หาดทราย แนวปะการัง อีกทั้ง ขยะบางประเภทยังเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมหรือส่งผลต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร เช่น โฟม พลาสติก เมื่อสัตว์กินเข้าไป จะเกิดอันตรายและตายในที่สุด

    “กรมอนามัยจึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวช่วยกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อม และช่วยกันลดปริมาณขยะ โดย

    1) คัดแยก และทิ้งขยะลงในถังหรือภาชนะที่จัดไว้อย่างถูกต้อง เลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทนกล่องโฟมและถุงพลาสติก หากนำสิ่งที่จะก่อให้เกิดขยะเข้าในแหล่งท่องเที่ยว เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม ขวด กระป๋อง ควรเก็บคืนออกมาให้มากที่สุด

    2) ลดปริมาณการนำเข้าขยะ โดยนำวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เช่น จาน ชาม ช้อน แก้ว โดยนำมาเอง นอกจากนี้ ให้ระวังการก่อไฟเผาขยะ ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เพราะจะทำให้เกิดมลพิษและเกิดไฟไหม้อีกด้วย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

    ติดตามบทความและข่าวสุขภาพที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ garrisonsatlanta.com

Economy

  • ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…
    ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…

    ควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…ตลาดหุ้นจีนยังมีความน่าสนใจลงทุนหรือไม่ ?

    ตั้งแต่ช่วงต้นปีเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในประเทศจีนและถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างรอคอย คือการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เนื่องจากสถิติที่เกิดขึ้นในอดีตได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ตลาดหุ้นจีนมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงก่อนการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่จะจัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี เพื่อเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยในอดีตช่วงที่เข้าใกล้การประชุม รัฐบาลจีนมักจะพยายามสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้น ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและตลาดหุ้น เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศให้ผู้นำประเทศได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างสง่างาม

    อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2022 นี้ กลับต่างไปจากเดิมและต่างไปจากสิ่งที่นักลงทุนได้คาดคิดไว้อย่างสิ้นเชิง เริ่มจากการปราศรัยเปิดการประชุมของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะมีข่าวดีให้กับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงหลายฝ่ายยังคาดการณ์ว่า อาจมีการประกาศผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ที่รัฐบาลจีนใช้การ Lockdown ในการควบคุมการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด

    แต่คำปราศรัยของ ประธานธิบดี Xi Jinping ไม่เพียงแต่จะไม่ได้กล่าวถึงการยกเลิกมาตรการ Zero COVID เท่านั้น แต่ยังกล่าวประกาศชัยชนะและยกย่องนโยบาย Zero COVID ว่าประสบความสำเร็จและช่วยรักษาชีวิตของชาวจีนไว้ได้ โดยที่ไม่ได้มีการเอ่ยถึงการผ่อนคลายมาตรการแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในประเด็นเศรษฐกิจ ประธานาธิบดี Xi Jinping ยังลดการกล่าวเน้นย้ำถึงการเติบโต แต่เพิ่มการกล่าวถึงความมั่นคง และการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากคำปราศรัยแรกของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ก็ได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนแล้ว

    ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังการเปิดการประชุม ในการประชุมวันสุดท้ายที่เป็นการยืนยันการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3

    ของ ประธานาธิบดี Xi Jinping การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือ Politburo Standing Committee ที่กรรมการลำดับสำคัญรองลงมาล้วนแล้วแต่ถูกมองว่า เป็นคนสนิทของ ประธานาธิบดี Xi Jinping และถือเป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จที่มากกว่าที่หลายฝ่ายได้ประเมินไว้ ซึ่งการรวบอำนาจดังกล่าว ได้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายที่ยังคงเข้มงวดและไม่เป็นมิตรต่อบริษัทเทคโนโลยี รวมถึงยังมีโอกาสที่รัฐบาลจีนจะดำเนินนโยบาย Zero COVID อย่างเข้มงวดต่อไปควันหลงหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน…

    โดยบุคคลสำคัญที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคณะกรรมการลำดับที่ 2 และเป็นตำแหน่งที่โดยปกติแล้วจะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจีน คือนาย Li Qiang เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้ ที่ถูกมองว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ ประธานาธิบดี Xi jinping เนื่องจากนาย Li Qiang เคยเป็นผู้ช่วยของ ประธานาธิบดี Xi Jinping ในสมัยที่เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียงในปี 2004 ซึ่งการก้าวขึ้นมาเปนบุคคลสำคัญลำดับที่ 2 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนของนาย Li Qiang นอกจากจะถูกมองว่าเป็นการเพิ่มการรวบอำนาจของ ประธานาธิบดี Xi Jinping แล้ว การที่นาย Li Qiang ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้ และเคยใช้มาตรการ Lockdown กับนครเซี่ยงไฮ้ อย่างเข้มงวด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 3 เดือนนั้น อาจตีความได้ว่าการที่นาย Li Qiang มีอำนาจมากยิ่งขึ้น นั่นก็อาจหมายความถึงการนำมาตรการ Lockdown มาใช้ในเมืองอื่นเพื่อควบคุมกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 หลังจากนี้เช่นกัน

    โดยถึงแม้ในอดีตนาย Li Qiang จะมีผลงานที่เคยมีบทบาทสำคัญที่อาจส่งผลดีกับการลงทุนเช่น เป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งตลาดหุ้น STAR Market ที่เป็นตลาดหุ้นสำหรับบริษัทเทคโนโลยีขนาดกลางและขนาดเล็กของจีน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ตลาดหุ้น Nasdaq ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุมัติการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ในนครเซี่ยงไฮ้ แต่นักลงทุนทั่วโลกต่างมองข้ามประเด็นดังกล่าวไป และมุ่งเน้นไปที่การที่นาย Li Qiang เป็นคนสนิทของ ประธานาธิบดี Xi Jinping และมีบทบาทสำคัญในการ Lockdown เซี่ยงไฮ้เท่านั้น

    ซึ่งความผิดหวังที่เกิดขึ้นจากการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงแรง โดยดัชนี HSCEI Index ปรับตัวลดลงถึงราว 7% เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2008 สะท้อนความกังวลที่เกิดขึ้นต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบมายังบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหุ้น

    อย่างไรก็ดี หลังจากตลาดหุ้นจีนปรับลดลงมาแรง เริ่มมีสถาบันการเงินต่างประเทศ อาทิ JPMorgan ได้ออกบทวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาของหุ้นจีนปรับลดลงมามากกว่าปัจจัยพื้นฐานและเริ่มน่าสนใจเข้าลงทุน

    ซึ่งราคาหุ้นจีนก็ได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างหลังจากนั้น โดยหลังจากนี้เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ การประชุม Central Economic Work Conference (CEWC) ที่คณะกรรมการ Politburo ชุดใหม่ จะได้ประกาศแนวทางในการดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเราน่าจะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นถึงมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจีนเตรียมจะใช้ในปีหน้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    โดยหากมองไปที่เศรษฐกิจจีนในระยะข้างหน้า ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิกมาตรการ Zero COVID แต่ต้องอย่าลืมว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการ Lockdown จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนเอง และจีนไม่สามารถจะใช้การ Lockdown เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดได้ตลอดไป ซึ่งอย่างน้อยหากมาตรการเข้มงวดต่าง ๆ จากนโยบาย Zero COVID ลดน้อยลง น่าจะส่งผลเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในหุ้นจีนได้ในระยะข้างหน้า ส่วนตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเติบโตได้เหมือนเดิมหรือไม่นั้นหลังการประชุม Central Economic Work Conference ช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เราน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : garrisonsatlanta.com